วันอังคารที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2561

เรา ตถาคต ผู้ถึงแล้วซึ่ง "ตถตา"


ในภาพอาจจะมี 1 คน, กำลังนั่ง, หมวก, ต้นไม้, ต้นพืช, สถานที่กลางแจ้ง และ ธรรมชาติ

สำหรับพระโพธิสัตว์แล้ว
"นิพพาน"

คือคำกลางๆ 
แสดงถึงสภาพความหลุดพ้น
ที่เกิดกับใครก็ได้ 
เมื่อเหตุปัจจัยถึงพร้อม



แต่

"พุทธิภาวะ"

เป็นภาวะของพระพุทธเจ้า 
ที่นอกเหนือจากการหลุดพ้น 
และหยั่งถึงความรู้แจ้งอย่างสมบูรณ์
พระพุทธเรียกพระองค์เองว่า 
เรา
ตถาคต 
ผู้ถึงแล้วซึ่ง
"ตถตา"

"ตถตา" 
หรือ ความเป็นเช่นนั้นเอง 
เป็นภาวะไร้ขีดจำกัด 
ที่ใช้คำว่าตถตามาสื่อภาวะคำดังกล่าว 
หากแต่เข้าใจยาก 
และบางครั้ง ความเป็นเช่นนั้นเอง 
ก็ถูกนำไปตีความให้ตอบสนองเข้าข้างตนเอง

แต่ในความเข้าใจที่ถูกต้อง 
คือ ญานหยั่งรู้ที่พ้นไปจากทุกกรอบความเชื่อ 
เป็นปัญญาแห่งการปลดปล่อย
ที่ไปจากทิฐิธรรมแล้วอย่างสิ้นเชิง
อริยมรรคนั้นอาจเป็นที่สุดของบางเส้นทาง 

แต่สำหรับพระโพธิสัตว์....
"พระพุทธคุณ"
อันเป็นปรมัตถ์คือความจริงที่สุด 
ที่ปฏิบัติจนหลุดพ้น
เพราะเป็นเหตุปัจจัยของจิตระดับพระพุทธเจ้า 
ที่แม้แต่พระอรหันต์สาวก 
แม้จะหลุดพ้นจริง ก็ยังมิอาจหยั่งถึง

บุคคลใดก็ตามที่มีพุทธิภาวะ 
ที่มีพุทธานุภาพระดับจิตแห่งพระพุทธเจ้า
ว่างเปล่าจากการแบ่งแยกทั้งปวง 

จิตดวงนั้น 
ย่อมเป็นแหล่งประมวลสัจจะแห่งธรรมชาติ
หรือความจริงอย่างตรงไปตรงมา 
สะท้อนธรรมชาติอิงอาศัย อิทัปปัจจยตา 
และปฏิจสมุปบาท
โดยไม่บิดเบือน

พุทธิภาวะอันลึกซึ้งนี้จะผ่าน
หรือ
หยั่งถึงได้ก็ต้องผ่านหนทาง
ตามรอยบาทของพระพุทธเจ้าเท่านั้น

คือการบำเพ็ญโพธิสัตว์นี่เอ!!!

ขอโพธิจิตจงบังเกิดและงดงาม 
กับลูกๆอาม่าทุกคน สาธุ


ทุกค่ำคืน 
คนๆหนึ่งมีพุทธะอยู่ในอ้อมแขนขณะนอนหลับ
ทุกเช้าตรู่เมื่อลืมตาตื่น 
พุทธะก็ยังอยู่กับคนๆนั้น
ไม่ว่าลุกยืน นั่งลง หรือสนทนา 
ทั้งสองอยู่ที่เดียวกัน
และไม่เคยแยกจากกันสักขณะจิต
จงอย่ามองพุทธะนอกตัวเลย
พระพุทธะนั้น 
พำนักอยู่ในตัวท่านเองนั่นแหละ

ภายในตัวท่าน
คือการบรรจบกันระหว่างโลกกับนิพพาน
ระหว่างสิ่งที่จับต้องได้กับสิ่งที่จับต้องมิได้
ท่านเป็นทั้งจุดบรรจบ และเป็นทั้งจุดตัด
ท่านคือจุดเชื่อมต่อระหว่างโลกกับธรรม
แต่แท้ที่จริง...มันคือจุดเดียวกัน

ไม่ต้องหนีโลก 
และไม่ต้องแบ่งแยกธรรม
แต่จงทำหน้าที่แห่งตน 
ที่มีต่อทุกรูป ทุกนาม
"ให้สมบูรณ์ที่สุด"

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

เปิดพลังแห่ง ความสุข.............

การให้เกียรติสิ่งรอบตัวถือเป็นการเปิดพลังแห่งทัศนคติใหม่ และยังเสริมการมองเห็นทัศนวิสัย ให้ก้าวสู่โลกที่มีคุณค่า และนอกจากนี้ยังทำให้คุณตื่นขึ้นมาเห็นความจริงรอบตัว ที่คุณอาจจะไม่เคยเห็น และรับรู้คุณค่าของสิ่งรอบตัวเรา หรือสังคมของเรา แล้วเรียนรู้ที่จะรักในสิ่งที่ควรรัก รักในสิ่งที่ให้ความรู้สึกดีๆที่ตอบแทนมาอย่างมีคุณค่าจริงๆ มันจะช่วยฉุดดึงให้คุณหลุดออกจาก อดีตที่เจ็บช้ำหรือแม้แต่ความยึดติดใดๆก็ตาม เชื่อหรือไม่ว่าสิ่งรอบตัวบางอย่างหรือหลายๆอย่างนั้น คุณอาจไม่เคยแยแส แม้แต่ก่อนที่จะพบเรื่องเศร้าด้วยซ้ำ
คำว่า “การให้เกียรติ” คำๆนี้คือวิถีคือครรลองที่สังคมของมนุษย์ที่มีจิตใจสูงในทางโลก ย่อมที่จะพัวพันกับภาวะของการให้เกียรติอยู่กันอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการให้เกียรติต่อ บุคคล ให้เกียรติต่อสัญลักษณ์ ให้เกียรติต่อสิ่งที่มีค่าทางจิตใจ ให้เกียรติต่อสิ่งที่ยึดถือ ให้เกียรติต่อสิ่งที่มีบุญคุณ ในชีวิตเราและชีวิตท่านวันนี้คุณให้เกียรติคนที่คุณ "เกลียดชัง" พวกเขาแล้วหรือยัง.......

" โลกนี้จะร่มเป็นสุข อยากให้โลกนี้ดีงาม ให้เริ่มต้นที่ ใจ ตนเองเป็นอันดับแรก "

พระเชนเรซิก อวโลกิเตศวร มหาโพธิสัตว์

พระเชนเรซิก อวโลกิเตศวร มหาโพธิสัตว์